สายใยรัก...แม่ลูกผูกพัน

สายใยรัก...แม่ลูกผูกพัน

ความรักความอบอุ่นสามารถควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดความเครียดได้  "แม่" คำสั้นๆ แต่ความหมายนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับลูก เพราะสิ่งกระตุ้นสำคัญที่สุดสำหรับลูกแรกเกิดก็คือ ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากความรักที่แม่มีต่อลูก จากการที่ลูกจ้องตา หรือดูสีหน้า อารมณ์ของแม่ ได้ยินเสียงพูดคุย เสียงร้องเพลง การสัมผัสโอบกอด อุ้ม-กล่อมอย่างอ่อนโยนอบอุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าเล็กๆ ขึ้นในเซลล์สมองส่งข้อมูลไปตามเครือข่ายในสมอง และทำให้ประจุไฟฟ้าครบวงจร เซลล์สมองเกิดการเชื่อมโยงกันเพื่อทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ดังนั้น การสัมผัสอันอ่อนโยนนอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้สมองเด็กสร้างฮอร์โมนที่สำคัญและสร้างเส้นใยประสาทขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการทางสมอง และเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการจะพัฒนาประสิทธิภาพของสมองต่อไปในอนาคต

อาหารเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย

การรับประทานสารอาหารที่ครบถ้วน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของเด็กๆ ได้
โปรตีน เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเซลล์เนื้อเยื่อสำคัญ อย่างเซลล์สมอง ได้แก่ นม ไข่ เนื้อสัตว์ เช่น ปลา ไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ในถั่วเมล็ดแห้งก็มีโปรตีนสูงเช่นกัน แต่มีคุณค่าทางอาหารรองลงมาจากกลุ่มโปรตีนที่มาจากนม และเนื้อสัตว์
คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เด็กๆ ในวัยเจริญเติบโตใช้พลังงานมากจึงจำเป็นต้องได้รับอาหารกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตคือ ข้าว นอกจากนั้นคือแป้ง ผลิตภัณฑ์จากแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว เผือก มัน น้ำตาล เป็นต้น
เกลือแร่ เสริมสร้างการเจริญเติบโต และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ผัก ผล ไม้ เนื้อ นม ไข่
แคลเซียม จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน มีมากในอาหารประเภทนม และปลาเล็กปลาน้อย ที่ทานได้ทั้งกระดูก
ธาตุเหล็ก ปัญหาการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยในเด็ก เหล็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลต่อทั้งร่างกายและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กที่ขาดธาตุเหล็กจะมีอาการซึมเศร้า เฉื่อย เรียนรู้ช้า ถ้าขาดมากอาจมีอาการของหัวใจล้มเหลวได้ อาหารสำคัญที่ให้ธาตุเหล็กคือ ตับ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว


วิตามินเพิ่มพัฒนาการรอบด้าน
วิตามินเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่จำเป็นและสำคัญต่อร่างกาย เพราะวิตามินทำหน้าที่เหมือนกับน้ำมันหล่อลื่นให้เครื่องยนต์ต่างๆ ทำงาน วิตามินช่วยกระบวนการเผาผลาญสารอาหารเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายและช่วยให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำหน้าที่ได้ ตามปกติไม่เป็นโรค
วิตามินเอ ช่วยให้ผนังบุลำไส้ หลอดลม ถุงลม ท่อปัสสาวะแข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบ ทางเดินอาหาร ระบบการหายใจและปัสสาวะ และมีบำรุงสายตา วิตามินเอ มีมากใน ไข่แดง ตับ ผักใบเขียว มะละกอสุก
วิตามินดี เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมเพื่อนำไปใช้ในการสร้างกระดูกได้ดี มีมากในนม ซึ่งในแสงแดดก็มีวิตามินดีเช่นกัน ถ้าขาดวิตามินดีจะเป็นโรคกระดูกอ่อน ทำให้ขาโก่ง ฟันผุ และตัวแคระแกรน
วิตามินบีรวม พบในอาหารประเภทข้าว นม ไข่ ตับ ผลไม้ วิตามินบี 1 มีมากในข้าวซ้อมมือ นม ไข่ แต่จะถูกทำลายด้วยความร้อน ถ้าขาดวิตามินบี 1 จะทำให้เบื่ออาหาร ไม่โต ชาตามปลายมือปลายเท้า (โรคเหน็บชา)
วิตามินซี มีมากในผลไม้พวกส้ม ผักสดและผลไม้สด วิตามินซีจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน และเส้นเลือด
ดี เอช เอ มีมากในปลาทะเล เป็นสารอาหารที่จะเป็นสำหรับเด็กทั้งก่อนวัยเรียน และในวัยเรียน ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาการของสมอง และสายตา ช่วยเสริมสร้างความจำ และป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นในเด็ก

การให้ของ พ่อ-แม่ เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการทางสติปัญญาเต็มศักยภาพ
- ให้ความรักและเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ
- ให้ความสนใจ และพูดคุยโต้ตอบ เมื่อเด็กพยายามจะสื่อสารด้วย และใส่ใจในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเด็ก
- ให้สุขภาพจิตที่ดี หลีกเลี่ยงการแสดงอาการเกรี้ยวกราด หรือทำร้ายร่างกายเด็ก
- ให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีโอกาสใกล้ชิดกับผู้ใหญ่เสมอ
- ให้ของเล่นที่เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย โดยอาจศึกษาจากหนังสือแนะนำการเลี้ยงลูกทั่วไป
- ให้โอกาสลูกได้ไปนอกบ้านบ้าง เพื่อพบเจอสภาพแวดล้อมแปลกใหม่
- ให้จินตนาการ โดยอ่านหนังสือให้ฟัง สามารถเริ่มได้ตั้งแต่วัยทารก และเมื่อลูกอายุได้ 6 เดือน ควรจะมีคนคอยอ่านหนังสือให้ฟังอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
- รับประทานสารอาหารข้างต้นให้ครบถ้วน พร้อมให้ความรักและเอาใจใส่ เพียงเท่านี้ลูกของคุณก็จะเติบโต เก่ง สมวัยอย่างแน่นอน