การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน การใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จึงควรใช้อย่างทนุถนอมและหมั่นดูแลรักษาให้ใช้งานได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้นานขึ้น วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ ในการดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาฝากกัน ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดู เครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณจะได้ใช้ได้อีกนาน ๆ นะคะ


ไฟฟ้าส่องสว่าง

- ควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง

- เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์เหมาะสมกับการใช้งาน

- สำหรับบริเวณที่ต้องการความสว่างมาก ภายในอาคารควรเลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนภายนอกอาคารควรเลือกใช้หลอดไอโซเดียม และหลอดไอปรอท

- ควรใช้ฝาครอบดวงโคมแบบใสหากไม่มีปัญหาเรื่องแสงจ้า และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

- พิจารณาใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ต้องการแสงสว่างจุดเดียว ทีวี วิทยุ ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดู

- ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน

- ควรเลือกใช้โคมไฟแบบสะท้อนแสงแทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด

- ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ ซึ่งมีคำแนะนำในการใช้ดังนี้

- หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบผอม ขนาด 18 วัตต์ และ 36 วัตต์ มีความสว่างเท่ากับ หลอด 20 วัตต์ และ 40 วัตต์แต่ประหยัดไฟกว่า และสามารถใช้แทนกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์

- หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์มี 2 ชนิด คือ ชนิดมีบัลลาสต์ภายใน สามารถใช้แทนหลอดกลมแบบเกลียวได้ ส่วนหลอดที่มีบัลลาสต์ภายนอก จะมีขาเสียบเพื่อต่อกับตัวบัลลาสต์ที่อยู่ภายนอก


พัดลม

- เปิดความเร็วลมพอควร

- เปิดเฉพาะเวลาใช้งาน

- ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

เตารีด

เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จัดวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย ดังนี้

- ก่อนอื่นควรตรวจสอบดูว่าเตารีดอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่น สาย ตัวเครื่อง เป็นต้น

- ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า

- อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ

- ดึงเต้าเสียบออกก่อนจะรีดเสร็จประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ

- ควรพรมน้ำพอสมควร

- ถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ได้ใช้

- ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ

- ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน

- ควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จเพราะยังร้อนอีกนาน

- ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น


เครื่องเป่าผม

- เช็ดผมก่อนใช้เครื่อง เพื่อประหยัดเวลาและพลังงาน

- ควรขยี้และสางผมไปด้วยขณะเป่า


เครื่องดูดฝุ่น

- ควรเอาฝุ่นในถุงทิ้งทุกครั้งที่ใช้แล้วจะได้มีแรงดูดดี ไม่เปลืองไฟ

ตู้เย็น ตู้แช่

- ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

- ไม่นำของร้อนใส่ตู้เย็น

- ปิดประตูตู้เย็นทันที หลังนำของเข้าและออก

- ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท

- หากยางขอบประตูรั่วให้รีบแก้ไข

- เลือกตู้เย็นหรือตู้แช่ชนิดมีประสิทธิภาพสูง

- ควรใช้ตู้เย็นขนาดเหมาะกับครอบครัว

- ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากแหล่งความร้อน ให้หลังตู้ห่างจากฝาเกิน 15 เซ็นติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้สะดวก ไม่เปลืองไฟฟ้า

- ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

- ควรเก็บเฉพาะอาหารเท่าที่จำเป็น


การเลือกซื้อตู้เย็นและตู้แช่ มีคำแนะนำให้ท่านพิจารณาก่อนซื้อ ดังนี้

- เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว

- ตู้เย็นแบบประตูเดียวกินไฟน้อยกว่าแบบ 2 ประตู

- ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

- ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับจำนวนของที่ใส่

- อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ และอย่านำของร้อนมาแช่

- หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก


หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

หากรู้จักใช้อย่างถูกต้อง จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มาก โดยมีข้อแนะนำดังนี้

- ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน

- ควรถอดเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว

- อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า

- หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ

- ใช้ขนาดหม้อหุงข้าวที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

- ควรดึงปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกพอแล้ว ปัจจุบันหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามีใช้กันมาก หม้อต้มน้ำ หม้อต้มกาแฟ

- ใส่น้ำให้มีปริมาณพอควร

- ควรปิดฝาให้สนิทขณะต้ม

- ควรปิดสวิตช์ทันทีเมื่อน้ำเดือด


เครื่องสูบน้ำ

- ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังและหมั่นปรับตั้งให้ถูกต้องเสมอ

- ติดตั้งท่อน้ำให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาดปั้ม

- ควรตรวจแก้ไขจุดรั่วในระบบน้ำ

- ควรใช้น้ำอย่างประหยัด

- ควรติดตั้งถังเก็บน้ำในตำแหน่งที่ไม่สูงเกินไป


เครื่องสูบน้ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกอย่างยิ่งซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการสูบน้ำไปยังถังเก็บหรือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีวิธีการใช้อย่างประหยัดดังนี้

- ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังเก็บ และดูแลรักษาให้ทำงานได้อยู่เสมอ

- ตรวจสอบรอยรั่วตามข้อต่อต่าง ๆ หากพบควรรับซ่อมแซมแก้ไขโดยเร็ว

- หากตัวถังเก็บน้ำไม่มีอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำ ควรดูแลอย่าให้น้ำล้นถัง

- เครื่องสูบน้ำแบบใช้สายพานต้องตรวจสอบไม่ให้หย่อนหรือตึงเกินไป


เครื่องซักผ้า

- ควรใส่ผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง

- ควรใช้น้ำเย็นซักผ้า ส่วนน้ำร้อนให้ใช้เฉพาะกรณีรอยเปื้อนไขมันมาก


วิธีใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้

- ควรใส่ผ้าที่จะซักตามคำแนะนำของแต่ละเครื่อง

- หากมีผ้าต้องซัก 1-2 ชิ้น ควรซักด้วยมือ

- หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด


มอเตอร์ไฟฟ้า

- ควรตรวจสอบแก้ไข และอัดจารบีตามวาระ

- ปรับปรุงสายพานมอเตอร์ เช่น ปรับความตึงสายพาน เปลี่ยนสายพานใหม่

- พิจารณาเปลี่ยนระบบควบคุมความเร็วของมอเตอร์เป็นระบบอีเล็กทรอนิกส์


เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ ใช้ความร้อนมาทำให้อาหารสุก หากให้ความร้อนสูญเสียไปโดยการใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้อาหารสุกช้าลง กินกระแสไฟเพิ่มขึ้นจึงมีข้อแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างประหยัดคือ

- ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารให้พร้อมก่อนใช้เตา

- ควรใช้ภาชนะก้นแบนและเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อน จากเตาได้ดี

- ในการหุ่งต้มอาหารควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร

- ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อย ๆ

- ถอดเต้าเสียบทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย

- ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องเคี่ยว

- ควรเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมก่อนใช้เตา

- ควรใช้เตาชนิดมองไม่เห็นขดลวดซึ่งไม่เสียความร้อน สูญเปล่ามาก และปลอดภัยกว่า

- ควรใช้พาหนะก้นแบนขนาดพื้นที่ก้นเหมาะกับพื้นที่หน้าเตาและใช้พาหนะที่มีเนื้อโลหะรับความร้อนได้ดี หากเป็นไปได้ให้ใช้กับเตาไฟฟ้าซึ่งมีขายทั่วไปอยู่แล้ว

- ควรปิดฝาภาชนะให้สนิทขณะตั้งเตา


เครื่องทำน้ำอุ่น

วิธีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ประหยัดและปลอดภัย

- ปรับปุ่มความร้อนให้เหมาะสมกับร่างกาย

- ปิดวาล์วทันทีเมื่อไม่ใช้งาน

- หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที

- ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่น

- ปิดสวิชต์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้

- ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่อง

- ใช้เครื่องขนาดพอสมควร

- ปรับปรุงความร้อนไม่ให้ร้อนเกินความจำเป็น

- ปิดก๊อกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

- ในฤดูร้อนไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่น

- ควรใช้น้ำอุ่นที่ได้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ 


เครื่องปรับอากาศ

- ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่อยู่

- ปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านกันความร้อนจากภายนอก

- ตั้งอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส

- ควรใช้เครื่องขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง

- ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง

- ควรติดตั้งเครื่องระดับสูงพอเหมาะ และให้อากาศร้อนระบายออกด้านหลังเครื่องได้สะดวก

- ควรบุผนังห้อง และหลังคาด้วยฉนวนกันความร้อน

- ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพดีตลอดเวลา

- ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และแผงระบายความร้อน

- ในฤดูหนาวขณะที่อากาศไม่ร้อนมากเกินไป ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ

- ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ความเย็นรั่วไหล

- พิจารณาติดตั้งบังแสงหรือกันแดด เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง


การใช้เครื่องปรับอากาศให้มีความเย็นที่สบายต่อร่างกาย จะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างได้ผล ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้

- ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง

- ควรใช้ผ้าม่านกั้นประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก

- ตั้งปุ่มปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อร่างกาย (ประมาณ 26 องศาเซลเซียส)

- หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

- ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่องปรับอากาศ